ณ เบียร์สถานร้านประจำหน้าวัดพระแก้ว ถูกเติมที่ว่างสามที่ด้วยวัยรุ่นวุ่นรักสามคน
ผม ชายริรัก, กาก้า ชายที่โดนไล่ออกจากที่ฝึกงาน ทั้งที่อีกสองวันความฝันและความหวังรอคอยอยู่ตรงหน้า, และโคโนจิ ชายที่กำลังเข้มแข็งมีความหวังในการทำงาน
ผมนั่งคุยกับกาก้ามาได้พักใหญ่ๆ ด้วยเรื่องเดิมๆที่กลับมาพัวพันชีวิตเขาอีกครั้ง
“เดี๋ยวเพื่อนกูจะมานั่งด้วย ชื่อโคโนจิ มันก็เคยเป็นเหมือนมึง” ผมบอกกาก้าในขณะที่สายตามันว่างเปล่า
โคโนจิเพิ่งวางสายไปด้วยเสียงเบิกบานบอกว่าอยากเจอ ผมจึงจัดแจงคิดว่าเพื่อนผมทั้งสองน่าจะมีอะไรได้แลกเปลี่ยนกันบ้าง ก็เพราะเห็นว่าอีกคนชีวิตกำลังถูกเติมฝืน และอีกคนชีวิตกำลังต้องการไฟ ทั้งสองไม่เคยเจอกัน แต่ทุกครั้งที่อยากมีใครมาคอยรับฟังข้างๆ ตัวเลือกแรกที่ทั้งสองคนนึกถึง คือผม
โคโนจิเดินยิ้มร่ามาแต่ไกล ผมโบกมือทักทาย กาก้าเหลือบมอง
“กาก้า นี่โคโนจิ โคโนจิ นี่กาก้า เพื่อนกู!” ผมแนะนำพอนิดหน่อย โคโนจิ นั่งลงพลางจุดบุหรี่สูบ
อย่าเพิ่งรำคาญชื่อเพื่อนผมเลยนะครับ ที่จริงมันก็ไม่ได้ชื่อแบบนี้หรอก เพียงแต่เปลี่ยนก็ด้วยความเกรงใจที่เอาเรื่องมันมาเขียนก็เท่านั้น แต่ถ้าเจ้าตัวมาอ่านเจอก็น่าจะรู้ ขอเล่าต่อนะครับ
ด้วยความที่ไม่รู้จักมักจี่กันมาก่อนทำให้เกิดความเงียบผมจึงเริ่มเกริ่น เพื่อเชื่อมการสนทนา
“นี่ ไอ้โคโนจิ มันก็เพิ่งผ่านเรื่องแบบมึงมาน่าจะคุยกันได้” กาก้าเริ่มสนใจ
การคุยกันครั้งแรกของคนที่ไม่เคยรู้จักถูกเชื่อมด้วยเรื่องเดียวกันที่อีกคนเคยผ่านมา และอีกคนกำลังเผชิญ
ครับ-เรื่องความรักที่ผิดหวัง
“นายจะให้เราทำยังไง ในเมื่อเรามีทุกอย่างให้มัน แต่ผู้หญิงคนนั้น กลับไปมีคนอื่น” กาก้าเริ่ม
“คบกันมาห้าปี ถ้ามีลูกก็เข้าอนุบาลแล้ว จะให้ลืมกันง่ายๆอย่างนั้นเหรอเพื่อน” โคโนจิพยักหน้า ท่าทีเหมือนเป็นเบาะที่รองรับแรงปะทะจากอีกฝ่าย
“กูก็เคยเป็นมา” เขาพูดราวใช้ผ้าเย็นลูบหน้ากาก้า “แล้วมึงเคยจะฆ่าตัวตายเพราะความรักไหม?”โคโนจิถามกลับ กาก้านิ่งไปพักหนึ่งก่อนที่จะบอกว่า ก็เคยคิดแต่ไม่ได้ลงมือ ดีที่ยังนึกถึงเพื่อนทันเลยโทรศัพท์ไปหาเพื่อนทุกคนที่เขานึกถึง รวมทั้งโทรหาผมด้วยในคืนนั้น
“แต่กูเคย” โคโนจิตอบขณะโยนก้นกรองบุหรี่ที่เพิ่งสูบหมดทิ้งไป
คำถาม คำแทนตัว(กู มึง) และคำตอบ อาจดูขัดในการคุยกันครั้งแรกของคนที่ไม่เคยรู้จักกัน แต่เพราะสิ่งที่เคยผ่านมาเหมือนกันทำให้การสนทนาดูจริงใจขึ้น
“กูเคยกินยา” โคโนจิเว้นช่วงจิบน้ำเปล่าแทนเบียร์เหมือนผมและกาก้า เพราะด้วยการกินยาเกินขนาด ทำให้กระเพาะของเขาไม่ค่อยจะสู้ดีเท่าไหร่
“กูไม่ได้ทำแค่ครั้งเดียว” โคโนจิย้ำในคำพูดของเขา
“มึงยังดี” เขาหมายถึงกาก้า “มึงยังรักชีวิตมึงไม่ลงมือทำ แต่กูทำมาแล้ว” เขาพูดเหมือนกับว่าการฆ่าตัวตายเป็นการละเล่นอย่างหนึ่ง ”ตอนที่ยามันออกฤทธิ์ กูรู้แล้วว่ากูจะตาย คนที่กูนึกถึงคนแรก คือแม่กู กูเลยโทรศัพท์ไป แต่เขาไม่ได้รับสาย” โคโนจิยิ้มที่มุมปาก
ผมจำไม่ได้ว่าวันนั้น โคโนจิ มันรอดมาได้อย่างไร แต่รู้ว่าการสนทนาในวันนั้นทำให้กาก้า ได้มุมมองบางอย่างกลับไป
“วันนี้มึงอาจจะ รู้สึกดีมีกำลังใจ แต่นาทีต่อไป ชั่วโมงต่อไป หรือพรุ่งนี้ ถ้ามึงยังกลับไปอยู่กับโลกเดิมๆของมึง มึงก็จะกลับมาเหมือนเดิม มันขึ้นอยู่กับมึงแล้วว่ะ”
“กูว่าสิ่งที่มันจะฉุดมึงขึ้นมาจากหลุมนี้ได้คือความฝัน ความฝันที่มึงอยากจะเป็น เราโตๆกันแล้วมึงอยากเป็นอะไรอยากทำอะไรมึงควรมุ่งมั่น เพ่งสมาธิไปที่จุดนั้น ความฝัน แล้วมึงก็จะหลุดมันมาได้” กาก้าพยักหน้า ผมปรบมือให้กำลังใจสำหรับการหลุดพ้นในอดีต และอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้น ของเพื่อนทั้งสอง
“ไอ้สาดดดด พูดดีนะเนี่ยมึง ไม่เจอกันนาน” ผมกระแนะกระแหนโคโนจิ
แล้วเสียงหัวเราะ จากโต๊ะของ ชายริรัก(ผม) ชายเริ่มรักตัวเอง(กาก้า) และชายลุ้นฝัน(โคโนจิ) ก็ดังขึ้น
ปล. จริงๆวันนั้นเราคุยกันหลายเรื่องมาก แต่ที่ยกเรื่องนี้ ก็แค่อยากเตือนสติทั้งเพื่อนและตัวผมเองก็เท่านั้น
16/03/2010 ที่ 6:21 pm |
กุจะมาเม้นตั้งนานและ
แต่ที่โคโนจิพูดไปในส่วนนึงเราก็ปลุกใจตัวเองเหมือนกัน
แล้วพอพูดไป มันก็ทำให้ย้่อนเรื่องเราของเราไปด้วย
ขอบใจนะคนเรามันก็ไม่ใช่ พระอิฐพระปูน
ย่อมมีความรู้สึกมีอดีตมาทำร้ายเรา แต่ธรรมะ
มันจะตัด สิ่งนั้นให้เราเอง ….