ป้าเตย

ในละครทีวี เมื่อได้ยินคำว่า แม่นม เรามักนึกถึงหญิงมีอายุ (รุ่นป้าแต่ไม่ถึงยาย) แต่งกายด้วยเสื้อขาวพร้อมผ้าถุง ทำกับข้าวกับปลาหาใครเทียบยาก พร้อมเคียงข้างให้คำปรึกษานางเอกหรือพระเอกในยามทุกยากยามที่โดนนางร้ายกลั่นแกล้งหรือตอนที่มากมายปัญหาถาโถม และที่สำคัญเป็นคนดูแลนางเอกหรือพระเอกแทนพ่อแม่ ตั้งแต่เล็กจนโต

ผมเองในชีวิตจริงก็มีแม่นมกับเขาเหมือนกัน ที่จริงบ้านก็ไม่ได้ร่ำได้รวยอะไรหรอกครับ ครอบครัวชนชั้นกลางทั่วไป มีแม่เป็นครูที่ตอนกลางวันก็ต้องไปสอนนักเรียน ส่วนพ่อนั้นก็ไปขายแรงงานที่เมืองนอก แล้วเบบี้อย่างผมล่ะจะอยู่กับใคร ก็มีผู้หญิงอีกคนที่เข้ามามีพระคุณในช่วงชีวิตผม เธอคือ ป้าเตย

แม่ผมเรียกเธอว่าเอ้ยเต๋ย (สำเนียงภูไท) ผมเรียก ป้าเตย ไม่มีกระแดะเรียกว่าแม่นมเด็ดขาด

ป้าเตยเป็นญาติทางแม่ผม เรามีรั้วบ้านติดกัน ช่วงแรกเกิดของผมก็อย่างที่ได้เกริ่นไว้ ช่วงกลางวันจะไม่มีคนดูแลเด็กน่ารักคนนี้ แม่ก็เลยไว้วานให้ป้าเตยเป็นคนดูแลผมแทน

บ้านเกิดผมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ห่างจากตัวจังหวัดกาฬสินธุ์เกือบร้อยกิโล อาหารเสริมที่จะบำรุงให้เจ้าตัวน้อยเมื่อแรกเกิดได้เติบโตแข็งแรงก็เห็นจะมีแต่ ซีรีแล็ก(นมผงผสมแป้งแหวะๆ) น้ำมันตับปลา นมตราหมี และอาหารท้องถิ่นประดามีที่ป้าเตยจะนำมาป้อน นก กบ เขียด ปลา ไก่ ไข่ ไข่จักจั่น งู ไข่งู!

ไม่ผิด นี้คืออาหารที่ป้าเตยนำมาป้อนผมจนเติบใหญ่โตเต็มวัยและบวมเป่งอย่างในปัจจุบัน ระหว่างที่พิมพ์ผมนึกถึงอาหารเหล่านั้นด้วยสำนึกในพระคุณ ดิน ฟ้า อากาศ แถบบ้านเกิด และป้าเตย ที่เลี้ยงผมมา ณ ตอนนี้ ก็เห็นจะมีแต่ ปลา ไก่ และไข่ เท่านั้นที่จะมีสิทธิผ่านการกลืนของผมได้ นอกนั้นผมนึกกลัว

“ หลอยกั๋น มั่นคีเลดเป๋น” ป้าเตยบอกถึงความเข้าใจหลานด้วยภาษาภูไทในเรื่องอาหารการกิน ความหมายว่าผมเป็นคนช่างเลือก

                อีกหนึ่งเมนูที่ตกหล่นไป ผมได้กินตั้งแต่เด็กจนตอนนี้ก็ยังลืมไม่ได้ก็คือ มกน่อไม้ (หมกหน่อไม้) วิธีการทำนั้นด้วยความเขลา ผมไม่เคยสอบถามว่าทำอย่างไร ได้แต่กินๆๆ ตามแต่ป้าเตยจะปรุงให้ ป้าเตยมีรสมือในการทำเมนูนี้มาก มากขนาดที่ว่าผมไปตลาดเห็นเจ้าอื่นวางขาย แม่ผมจะซื้อกลับบ้าน ผมบอกปัด เรื่องความอร่อยมันอาจจะเป็นเรื่องอุปาทานหรือใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง มกน่อไม้ ของป้าเตยชนะเลิศในใจผมก็แล้วกัน

                นึกเรื่องนี้ขึ้นมาได้ ผมว่าเหตุการณ์นี้มักเกิดขึ้นกับเด็กผู้ชายเกือบทุกคน (ถามเด็กผู้หญิงแล้วไม่ปรากฏว่าเคยกัน)คิดย้อนกลับไปก็เสียวไส้ทุกที คิดว่าถ้าโตเป็นควายเหมือนตอนนี้แต่ยังเกิดเหตุ เหมือนกาลครั้งนั้นอยู่ คง ……. ไม่กล้าคิดพอจะเดาออกกันไหมว่ามันคือ….. ครับ ซิบกินจู๋

                วันนั้นมันก็ปวดของมันธรรมดาครับ กิ๊ฟจูเนียร์และผมน่าจะอายุประมาณ สามขวบ เรายังไม่คุ่นเคยกันเท่าไหร่ ผมก็ดึงกิ๊ฟจูเนียร์ออกมาหายใจตามปกติ และ ครื่ดดดด เสียงอาจจะไม่สมจริง แต่ความเจ็บและเสียวแผ่ซ่านเข้าถึงประสาทสัมผัส ผมร้องไห้จ๊ากลั่น แม่รีบวิ่งมาดู (วันนั้นเป็นวันหยุด)

“หลอยกั๋น มั่นเป่น ผ เหลอ” ป้าเตยถามแม่ด้วยความเป็นห่วงในผม แม่คว้ากุญแจหลังตู้เย็นรีบสตาร์ทมอเตอร์ไซด์แล้วหันกลับมาบอกป้าเตยว่า

                “ซิบกิ่นหำมั่น เอ้ย” ป้าเตยหน้าซีดเผือดผมยังร้องไห้ไม่ยอมหยุด

“อี๊หลอยกั๋น ไป๋โต่ฟ้าวผ่ามั่นไป่หา หมอ”

แม่ออกตัวรถโดยเร็วผมเกาะหลังแม่แน่น ระยะทางจากบ้านไปอนามัยไม่ถึงห้าร้อยเมตร แต่ความรู้สึกผมเหมือนนั่งรถไฟจากเหนือล่องใต้-ไกลเหลือเกิน พอถึงปุ๊บแม่พาผมขึ้นเตียง อนามัยนำเครื่องมือมางัดเจ้าซิบปีศาจที่กำลังกัดกินกิ๊ฟจูเนียร์อยู่ เหมือนดึงผมขึ้นมาจากนรก

 อนามัยบอกแม่ “ปลอดภัยแล้วค่ะ มีแผลนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย” โล่งใจทั้งสองฝ่าย

 กลับมาถึงบ้าน ก็พบป้าเตยนั่งคอยอยู่ แม่บอกว่าไม่เป็นไรแล้ว ป้าเตยค่อยโล่งใจ รั้งผมมากอด ไม่มีคำพูดใดถูกเอ่ย แม่เดินเข้าไปหยิบน้ำในตู้เย็น ได้สักพักก็อุทานขึ้น

“เอ้ย!” ในความหมายว่าเรียกป้าเตย

“เป่น ผเหลอ อิ ?” ป้าเตยรีบอุ้มผมไปหาแม่

“กั๋น ยิบ กุ่ญแจ๋ มิ แม้น เดาะ มั่น” พลันเสียงหัวเราะของผู้มีพระคุณทั้งสองก็ดังขึ้น ครับ แม่หยิบลูกกุญแจที่ไม่ใช่กุญแจรถมอเตอร์ไซด์ สตาร์ทรถพาผมไปหาหมอ และกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย

เขียนมาถึงบรรทัดนี้ ตอนนี้ผมอายุยี่สิบสองจะยี่สิบสามในอีกเจ็ดเดือน ตั้งแต่เกิดจนวินาทีนี้ มีใครหลายคนที่ผมผูกพันรู้จัก ได้ตายจากผมไป ป้าเตยก็เป็นหนึ่งในความทรงจำนั้นของผม เหตุที่เขียนก็ด้วยความคิดถึงอ้อมอกของท่านที่เลี้ยงดูผมมาในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต ป้าเตยเป็นหญิงร่างเล็กทำงานแข็งขัน รักลูกหลาน ท่านจากผมไปด้วยโรคมะเร็งร้ายตอนที่ผมอยู่ม.4 และในวันนี้วันที่คนส่วนมากมอบความรักให้คนที่อยู่ข้างกาย วาเลนไทน์ดูจะมีความหมาย เพราะมันให้ทั้งความสุขและระทมทุกข์หากผิดหวัง แต่สิ่งแรกที่ผมจะนึกถึงเมื่อวาเลนไทน์มาเยือน  คือ มันเป็นวันเกิดของป้าเตย  

ถ้าอ่านมาแล้วคับคล้ายคับคลาว่าเหมือนหนังสือ ในเงาเวลา ของ ‘รงค์ วงษ์สวรรค์ ก็ไม่ต้องแปลกใจเพราะผมได้แรงบันดาลใจและสไตล์การเขียนมาจาหนังสือเล่มนั้น และด้วยแรงดลใจคิดถึง ป้าเตย

2 Responses to “ป้าเตย”

  1. spd Says:

    ความรักมีอยู่รอบๆ ตัวเราจริงๆ เนอะ

    พี่กิ๊บมีแม่นม
    หยกก้มีพี่เลี้ยงเหมือนกัน
    รักมาก แต่ก้ไม่ค่อยได้หวานกันหรอก
    55 5

    แต่ก้เหมือนที่พี่กิ๊บบอก
    ทำกับข้าวอร่อยจริง
    อาจจะไม่ได้อร่อยเลิศ
    แต่ก็ถูกปากเราแหละ

    ป.ล. เหตุการณ์ที่เล่าให้ฟังนี่ก้..สยองซะจริง
    >_<

  2. พี่ฝน Says:

    คิดถึงป้าเตยเหมือนกันนะ กิ๊ฟเขียนได้ดีมากเลย ขอให้ร้องประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานที่น้องชอบ และดียิ่งๆขึ้นไปนะจ๊ะ
    พี่ฝน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s


Follow

Get every new post delivered to your Inbox.