รักนะเด็กวีน

28/01/2010 โดย Cha yoot

พอดีระหว่างทางกลับจากบางแสน เจอชายใบ้คนหนึ่งกำลังใช้กล้องถ่ายรูปในมือถือ บันทึกวีดีโอตัวเองที่ใช้ภาษามือบอกเล่าการเดินทางเพื่อที่จะส่งให้ใครอีกคนได้รับรู้ เลยทำให้เกิดไอเดียเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา เอาละนะ

เหมือนความรักจะไม่รับรู้เรื่องใดเลยนอกจากเสียงหัวใจ ชายใบ้ กับหญิงสาวสะพรั่ง หัวใจของเขาทั้งสองเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน

ครั้งหนึ่งชายใบ้เขียนในกระดาษเพื่อบอกผู้หญิงของเขาว่า ขอโทษด้วยนะที่เขาไม่สามารถจะบอกคำว่ารักให้หล่อนรับรู้ได้ เหมือนชายอื่น หญิงสาวได้แต่ยิ้ม สัมผัสมือเขา แล้วบอกชายใบ้ว่า

 “แค่มีคุณอยู่ใกล้ๆฉันก็รู้สึกอุ่นหัวใจมากพอละ ไม่ต้องบอกว่ารักเหมือนคนอื่นเขาก็ได้”

คำพูดนั้นได้กำซาบเข้าสู่หัวใจชายใบ้อย่างรวดเร็ว เขารู้สึกอุ่นที่มือ เขาจึงเขียนข้อความถึงหญิงสาวว่า “คุณรู้สึกอุ่นที่มือเหมือนผมไหม” หญิงสาวพยักหน้าพลางมองในตาของชายใบ้

เขาเขียนข้อความอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้น ถ้าคุณอยากรู้ว่าผมรักคุณไหม ให้คุณจับมือผม ถ้ามันรู้สึกอุ่น นั่น แสดงว่าผมรักคุณ แทนคำพูด”

“ค่ะ แต่ไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้นะ เพราะฉันรู้ว่าคุณรักฉัน”

ทั้งสองเดินจับมือเดินเคียงกันสุดสายตะวัน

และอีกวันถัดมาทั้งคู่ได้นัดเจอกันอีกครั้งที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง

หญิงสาวเป็นฝ่ายมานั่งรออยู่เกือบสองนาน ชายใบ้จึงเดินทางมาถึง

เธอหน้าบูดบึ้งไว้รอ

 เมื่อมาถึงชายใบ้ทำหน้าซีดแสดงพิรุธ เธอจึงคว้ามือเขามาสัมผัส

“ทำไมมันไม่อุ่น” เธอทำเสียงขึง “นี่คุณไม่รักฉันแล้วหรอ  แล้วไอ้ใบ้ที่ไหนบอกกับฉันว่า ถ้าอยากรู้ว่ารักไหมให้จับมือ ถ้ามืออุ่นแสดงว่ารัก หน็อยย ไอ้ใบ้ขี้โกหก”

เธอสะบัดมือชายใบ้อย่างแรง พลันปรากฏว่ามีเลือดซึมออกมาจากข้อพับแขนของชายใบ้

“อ๋อ นี่สำออยทำเป็นเลือดออกหรอ” ไม่มีเสียงตอบใดๆจากฝั่งชาย เพราะเขาเป็นใบ้

ชายใบ้จึงหยิบ ปากกากระดาษเพื่อเขียนข้อความบางอย่างให้กับผู้หญิงของเขาได้รับรู้ ข้อความมีดังนี้

คือผมต้องขอโทษคุณด้วยที่ผมบอกคุณไม่ได้ว่าผมไปทำอะไรมา เพราะผมเป็นใบ้ และถ้าผมพูดได้จริงคำพูดผมคงไม่สามารถเร็วได้เท่าอารมณ์ โกรธของคุณ แต่ที่ผมอยากบอกคุณคือ ผมยังรักคุณ และที่คุณจับมือผมแล้วมันไม่รู้สึกอุ่นนั้น เพราะ ผมเพิ่งไปบริจาคเลือดมา! รักนะเด็กวีน

การทดลอง ฮิฮะ

22/12/2009 โดย Cha yoot
ห่างหายและเหินห่างจากบล็อกเกือบข้ามปีวันนี้นั่งว่างๆ ก็เลยเทียบเชิญพี่สาวร่วมห้องมาเป็นนางแบบ
ในการทดลองถ่ายภาพ
โดยใช้อุปกรณ์ที่มีในห้องนำมาประกอบ ซึ่งภาพที่ได้นั้นก็ราวกับพี่ ธาดา วาริช มาเอง(นี่เอาเข้าไป)
และนี่ก็คือตัวอย่างภาพที่ได้ แต่น แตน แต๊นนนน!
..
(1)(1.1)
(2)(3)
(4)(5)
..
ก็อย่างที่เห็น ภาพทั้งหกภาพนั้นแตกต่างกัน โดยในการทดลองครั้งนี้เรามีตัวแปรต้น(อุปกรณ์)5ชนิดด้วยกัน
เมื่อดูอุปกรณ์และภาพถ่ายแล้วก็ลองทายดูสิครับว่า เพราะเจ้าของสิ่งไหนถึงทำให้เกิดภาพนี้ขึ้นมา...
..

 เห็นอุปกรณ์ก็คงจะพอเดากันออกแล้วใช่ไหมว่าเรานำสิ่งของพวกนี้มาประกอบการถ่ายภาพยังไง
.......ถูกต้องครับ  เราเอามันมาบังแฟรช!
ง่ายและแสนจะง่าย แถมสนุกด้วย
ว่างๆก็ลองเอากลับไปทำที่บ้านดูนะ
..
..
..
..
..
เฉลย  1,1.1 คู่กับ น้ำมันนวดตราจันทร์ทิพย์
     2 คู่กับ สเปรย์ฉีดผม
     3 คู่กับ ไขขวง
     4 คู่กับ ฝ่ามือที่เหมือนคากิเผาไฟของผม
และ  5 คู่กับ แก้วน้ำที่ขโมยมาจากโรงร้อนใน มศว.
..
วันนี้ขอจบการทดลองเพียงเท่านี้ ไว้เจอกันคราวน่า เด้อ
คำแนะนำในการทดลอง-หานางแบบหรือนายแบบที่ดูดีกว่านี้ก็ได้นะ
จะช่วยแรงบันดาลในการถ่ายภาพได้อีกโข เชื่อสิ!

บันทึกปกสีฟ้ากะรายงานเล่มใหญ่

05/09/2009 โดย Cha yoot

DSC_0038.5อย่าแปลกใจที่ว่าทำไมเราเพิ่งมาอัพบล็อก หลังจากที่สมัครไว้ และห่างหายไปนาน

ช่วงนี้เราถึงช่วงโค้งสุดท้าย หัวเลี้ยวหัวต่อ ชี้เป็นชี้ตาย เส้นยาแดงผ่าแปด ทิ้งทวน ของการฝึกงาน (ที่เลือกวลีพวกนี้มาเพราะหมือนจะชวนระทึกกะชีวิตช่วงนี้ดี)

เพื่อนเราหลายคนบอกเด๋วนัดฉลองใหญ่ เราดีใจที่การฝึกจะเสร็จสิ้นเพราะมันหมายถึงการสำเร็จการศึกษา ของเพื่อนเรา (เราติดเอฟต้องแก้อีกเทอม)

เวลาสามเดือนกว่าๆ มองย้อนกับไปมันก็ใจหายดี ที่ๆเราคุ้นเคย คนที่เราคบคุย หลายสิ่งอย่าง ทำเราใจแป้วกลับการมาถึงของกำหนดครั้งนี้

เหลือ รายงานเล่มใหญ่ ที่จะต้องทำเป็นหลักฐานส่งซึ่งตามจริง ไม่ต้องมีก็ได้นะ เข้าใจว่าจะเอาไว้เป็นหลักฐานเพื่อดูว่าไอ้คนนี้มันควรจะผ่านการฝึกงานมั้ย รายงานเราคงไม่มีรูปประกอบว่าราทำไรมั่ง เราเห็นบางคนไปสัมภาษณ์ ก็ต้องถ่ายรูปว่าไปสัมภาษณ์คนนี้มาเพื่อเอาไปแปะในรายงาน ซึ่งมันดูวุ่นวาย รูปบางทีมันก็ไม่ได้บอกอะไรเราหมดไส้หมดพุงหรอก แล้วไอ้เล่มสีฟ้าที่ต้องบันทึกทั้งเวลาเข้าออกงาน บันทึกว่าวันนี้ทำอะไรมาบ้าง เรายังไม่เขียนสักหน้าเลย โอเคมันอาจจะวัดความรับผิดชอบที่เรามีต่อการบันทึก แต่ถามหน่อยว่า แค่บันทึกตัวหนังสือลงไป มันทำให้เราตั้งใจทำงานเรียนรู้สิ่งต่างๆได้มากขึ้นไหม เราว่าจริงๆไม่ต้องมีเรื่องพวกนี้เลยก็น่าจะดีหมายถึงทั้งรายงานเล่มใหญ่และเล่มสีฟ้า เราจะทำดีไม่ดียังไงกับการฝึกงานมันก็เรื่องของเรา เราต่างหากที่ควรรู้เลือกเรียนรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร ขอสารภาพจากใจจริงๆว่าที่บ่นๆมาเยอะนั้นเราขี้เกียจเขียนทำ ไอ้หลักฐานทั้งสองชิ้นนี้มากๆ มากถึงมากที่สุด

แต่ยังไงเราก็ต้องทำมันอยู่ดี เพราะมันเป็นกฎที่เราหนีไม่พ้น

สวัสดี

01/08/2009 โดย Cha yoot

 ดีใจ

ที่ได้

เจอกัน